ภัยจากการเพ่งคอมพิวเตอร์นานๆ

คนไทยที่ใช้คอมพิวเตอร์นานๆ อาจเจอปัญหามากกว่า 3 เด้ง ทั้งโรคอ้วน ต้อหิน และหลุดโลก

กระทรวงสาธารณสุขเตือน กระทรวงสาธารณสุขจึง แนะผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์นานๆ ควรถนอมสายตา จัดเวลาพักสายตาบ้าง
ขณะนี้คอมพิวเตอร์ ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของคนไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งการใช้คอมพิวเตอร์นั้นทำให้คนไทยออกกำลังกายน้อยลง เนื่องจากเป็นการทำงานที่นั่งอยู่กับที่ เช่นเดียวกับในประเทศที่เจริญแล้วที่ใช้คอมพิวเตอร์กันมาก กำลังมีปัญหาโรคอ้วน โดยเฉพาะเด็ก เพราะขาดการออกกำลังกาย และทักษะในการเข้าสังคม ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อต้องนั่งปฏิบัติงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ก็คือ ปัญหาความล้าของสายตา สาเหตุเกิดจากการมองทั้งจอภาพ แป้นพิมพ์ และเอกสารสลับกันตลอดเวลา รวมทั้งระยะความห่างที่แตกต่างกันในการมองเห็นวัตถุทั้ง 3 ทำให้สายตาต้องปรับโฟกัสตลอดเวลา ก่อให้เกิดความล้าของสายตา นอกจากนี้การใช้สายตาเพ่งนาน ๆ ยังอาจทำให้ตาแห้งเกิดระคายเคืองตาได้
นอกจากนี้การใช้คอมพิวเตอร์นานๆ อาจส่งปัญหาให้สายตาอื่นๆ ได้อีก โดยเมื่อเร็วๆ นี้มีงานศึกษาวิจัยในต่างประเทศพบว่า การใช้คอมพิวเตอร์นานๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีสายตาสั้นอยู่แล้ว จะมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคต้อหินได้ ซึ่งโรคดังกล่าวจะทำลายจอประสาททำให้ตาบอดได้ในที่สุด โดยพบได้ 3 ใน 10,000 คน ของกลุ่มที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ระบบประสาทตาของคนที่สายตาสั้นจะมีความเครียดมากกว่าคนที่มีสายตาปกติ ดังนั้นเรื่องความเครียดของสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์ อาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตอันใกล้นี้
เวลาขลุกอยู่กับคอมพิวเตอร์นานๆ ไม่ว่าจะทำงาน เล่นเกมส์ หรือดูอินเตอร์เน็ต ควรนั่งให้ห่างจากจอภาพไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร เพื่อลดปริมาณรังสีที่แผ่ออกมาให้ได้รับน้อยที่สุด จากการศึกษาของสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรคพบว่า การติดแผ่นกรองแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์ สามารถลดระดับปริมาณรังสีที่แผ่ออกมาจากจอภาพลงได้บ้าง แต่ไม่สามารถลดลงได้ทั้งหมด การติดหรือไม่ติดแผ่นกรองแสง จึงมีผลแตกต่างกันไม่มากนัก กับปริมาณรังสีที่แผ่ออกมาเพียงแต่การติดแผ่นกรองแสง จะช่วยให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ เกิดความสบายใจ หรือช่วยคลายความกังวล ลงได้บ้าง อย่างไรก็ตาม แผ่นกรองแสง ก็ยังมีข้อดี ตรงที่ช่วยลดแสงจ้า แสงสะท้อน และไฟฟ้าสถิตย์ ช่วยให้ความล้าของสายตา ลดลง และป้องกันแสงสะท้อนเข้าสู่ตาได้ระดับหนึ่ง
ดังนั้นจึงควรหันมาถนอมและส่งเสริมสุขภาพสายตา โดยปรับระยะห่างระหว่างตากับจอคอมพิวเตอร์อย่างพอเหมาะให้สามารถอ่านหนังสือตัวเล็กที่สุดบนจอได้อย่างสบายๆ โดยที่ไม่ต้องเพ่ง ปรับความสว่างของจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะกับตา ให้รู้สึกไม่สว่างหรือมืดเกินไป และควรพักสายตาประมาณ 10 นาทีต่อชั่วโมง หรือพักทุก 15 นาที ต่อ 2 ชั่วโมง เช่น หลับตา มองไปไกลๆ หรือดูสิ่งพิมพ์ตัวโตๆ ควรทำงานกับจอภาพไม่เกินวันละ 4 ชั่วโมง

เฮลิคอปเตอร์จิ๋วสอดแนม

พักนี้รู้สึกว่าเรื่องการสอดแนม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การดักฟังทางโทรศัพท์” จะเป็นประเด็นให้พูดถึงกันอย่างมาก บ้างก็ว่าที่การกระทำดังกล่าวเป็นประเด็นร้อนแรงขึ้นมาได้ก็เนื่องมาจากเกมทางการเมืองมากกว่า อันนี้ก็แล้วแต่ว่าใครจะคิดไปอย่างไร

ความจริงแล้ว เราต้องยอมรับว่า การสอดแนมทุกรูปแบบถือเป็นเรื่อง “ปกติ” ที่ไม่ว่าชาติไหน ๆ ก็ทำกันมาโดยตลอดในทุกช่วงของประวัติศาสตร์ ยิ่งถ้าพิจารณาในแง่ความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาติมหาอำนาจทั้งหลาย ไม่อยากจะบอกเลยว่าแค่เรื่องการดักฟังโทรศัพท์นี้เป็นเรื่องธรรมดาพื้น ๆ อย่างที่สุด เพราะว่าของจริงนั้น ลึกลับซับซ้อนกว่านี้หลายเท่านัก

จะว่าไปแล้วประเทศที่มีประดิษฐกรรมทำนองนี้มากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นประเทศมหาอำนาจทั้งหลายแหล่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เลยไม่แปลกข่าวคราวเกี่ยวกับโครงการวิจัยประเภทนี้จะมาจากประเทศนี้เป็นหลัก (ที่รู้คือที่เป็นข่าว แต่ที่ไม่เป็นข่าวนี่คงอีกเยอะทีเดียว)

เรื่องของเรื่องก็คือตอนนี้ Defense Advance Research Projects Agency หรืออาจเรียกเป็นไทยได้ว่า องค์กรโครงการวิจัยขั้นสูงของกระทรวงกลาโหม ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ให้ทุนบริษัท Lockheed Martin (คุ้นชื่อกันดีเพราะว่าทำมาหากินกับโครงการของรัฐบาลกลางมานมนาน) เป็นงบประมาณในการวิจัยขั้นต้น ซึ่งเป็นการออกแบบอากาศ ยานขนาดจิ๋วที่มีชื่อว่า Nano Air Vehicle (NAV)

อย่าเพิ่งนึกว่าเจ้าสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้จะมีขนาดเล็กจิ๋วในระดับนาโน แต่เป็นการเปรียบเทียบว่าเจ้าอากาศยานที่บินได้ลำนี้มันมีขนาดเล็กมาก ๆ นั่นเอง

บริษัท Lockheed Martin ชนะเลิศในการส่งแบบตัวอย่างเข้าประกวด โดยที่เป็นการออกแบบเลียนแบบ “เมล็ด” ของต้นเมเปิล (ดูภาพประกอบ) ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นการออกแบบที่ง่าย และทนทานต่อความเสียหาย เพราะว่ามีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อยที่สุด ในบรรดาแบบต่าง ๆ ที่มีการพิจารณาอย่างเช่น เฮลิคอปเตอร์ขนาดจิ๋ว หรือ หุ่นยนต์ที่เลียนแบบแมลงที่บินได้ ซึ่งมีความยุ่งยาก ซับซ้อนมากกว่า

เมล็ดของใบเมเปิลนั้นเมื่อ ร่วงหล่นจากลำต้นจะหมุนควงสว่านลงมา คล้าย ๆ กับใบพัดของเฮลิคอป เตอร์ เนื่องจากความไม่สมมาตรของรูปทรง ทำให้มันสามารถลอยไปในอากาศได้ไกลพอ ก่อนที่จะร่วงลงดินและเจริญเติบโตต่อไป

นักวิจัยออกแบบให้อากาศ ยานขนาดจิ๋วประกอบไปด้วยส่วนที่เป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็ก (มาก) ซึ่งมีส่วนขับดันติดอยู่ที่ส่วนปลายของใบพัดทำให้มันสามารถหมุนได้ราว 15,000 รอบต่อนาที มากพอที่จะพยุงให้มันลอยอยู่บนอากาศได้ นอกจากนั้นแล้วยังประกอบไปด้วยเซ็นเซอร์ ระบบนำร่อง ระบบสื่อสาร และกล้องขนาดจิ๋วที่เอาไว้ถ่ายภาพสอดแนมเพื่อส่งกลับมา แทบไม่น่าเชื่อว่าทั้ง หมดที่กล่าวมานี้มีน้ำหนักรวมกันราว 10 กรัมเท่านั้นเอง

ความยากอยู่ที่การออกแบบเครื่องยนต์และส่วนขับดันที่มีขนาดเล็กมาก ๆ ซึ่งนักวิจัยคาดว่าจะทำการทดลองเครื่องยนต์ต้นแบบได้   ราว ๆ เดือนเมษายนปีนี้ และอีกส่วนหนึ่งที่ยากไม่แพ้กันก็คือระบบนำร่อง ส่วนควบคุมการเคลื่อนไหว และกล้องถ่ายภาพที่ต้องทำงานประสานกันอย่างดี มิเช่นนั้นแล้วก็จะทำการถ่ายภาพไม่ได้เนื่องจากว่ามีการหมุนควงของส่วนที่เป็นใบพัดอยู่ตลอดเวลา

เป้าหมายเบื้องต้นก็คือการสร้างต้นแบบของอากาศยานจิ๋วให้สำเร็จภายใน 2-3 ปี และเมื่อการทดสอบเสร็จสิ้น ก็พร้อมที่จะเข้าประจำการเป็นอุปกรณ์สอดแนมตัวล่าสุดต่อไป

ใครที่ยังคิดว่าการดักฟังโทรศัพท์เป็นเรื่องน่ากลัว กรุณาตื่นขึ้นมาเผชิญกับข้อเท็จจริงที่ว่า ในโลกแห่งความเป็นจริงยังมีสิ่งที่ท่านยังไม่รู้และน่ากลัวกว่าอีกเยอะ ความมั่นคงของชาติไม่ใช่เรื่องของการ “ตั้งรับ” ครับ.

ไวรัสคอมพ์นับวันยิ่งร้าย

แจ้งเกิดใหม่นาทีละ 10 ตัว

เทรนด์ไมโคร เผย ไวรัสคอมพ์ครึ่งปีหลังลูกเล่นมาก พัฒนาให้ฆ่าซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสก่อนเจาะคอมพ์จนพัง  ไวรัสใหม่เกิดนาทีละ 10 ตัว

นายคงศักดิ์ ก่อตระกูล ที่ปรึกษาด้านเทคนิค บริษัท เทรนด์ ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากรายงานสรุปภัยคุกคามข้อมูลช่วง 6 เดือนแรก และการคาดการณ์ภัยคุกคามช่วงครึ่งหลังของปี 2551 ระบุว่า อาชญากรรมไซเบอร์พยายามใช้เทคนิคใหม่ๆ เพื่อหลอกล่อผู้บริโภค เช่น การนำเสนอฟิชชิ่งในรูปแบบการเตือนให้เหยื่อระวังเกี่ยวกับอีเมล์ฟิชชิ่ง ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้อีเมล์ฉบับนั้นน่าเชื่อถือ โดยครึ่งปีที่ผ่านมาภัยคุกคามบนเว็บเกิดขึ้นสูงสุดในเดือนมี.ค.ซึ่งมีปริมาณการโจมตีถึง 50 ล้านครั้ง จาก 15 ล้านครั้งในเดือนธ.ค.2550

นายคงศักดิ์ กล่าวว่า รูปแบบการโจมตีของไวรัสล่าสุด พบมีการพัฒนาไวรัสให้ฆ่าซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสโดยเฉพาะ โดยหลอกให้โลโก้ของซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสยังทำงานเหมือนปกติ ทำให้เจ้าของเครื่องไม่สงสัย เรียกว่า disabled antimalware กว่าเจ้าของจะรู้ตัวเครื่องก็ติดไวรัสนับร้อยตัวจนเครื่องรวน ซึ่งข้อมูลจากปี 2550 พบไวรัสทั้งหมด 5.49 ล้านตัว เฉลี่ยพบไวรัสวันละ 1.5 หมื่นตัว หรือคิดเป็นชั่วโมงละ 600 ตัว และนาทีละ 10 ตัว ซึ่งประเทศไทยยังพบไวรัสประเภทเวิร์มและโทรจันเป็นส่วนใหญ่

ดังนั้น เทรนด์ ไมโคร จึงปรับรูปแบบการตรวจจับไวรัสใหม่เป็น Smart Protection Network โดยสร้างเครือข่ายรวมขึ้นมาจากดาต้าเซ็นเตอร์ 10 ศูนย์ทั่วโลก เมื่อพบไวรัสใหม่ข้อมูลถูกส่งไปส่วนกลางเพื่อตรวจสอบที่มาและสร้างการป้องกัน พร้อมแจ้งให้ผู้ใช้ทั่วโลกทราบทันที ปัจจุบันเทรนด์ไมโครอัพเดทไวรัสทุกๆ 15 นาที และทดสอบไวรัสประมาณ 50 ล้านตัวอย่าง/ปี ตั้งเป้าจะทดสอบให้ได้ 250 ล้านตัวอย่าง/ปี